ตื้นเต้นดีใจ . วันนี้เพื่อนส่งการ์ดแต่งงานมาให้ ความจริงรู้ข่าวตั่งแต่เดือนที่แล้ว แล้วล่ะ เพราะเพื่อนโทรมาบอก ตอนนั้นก้อตื่นเต้นแล้วนะ วันนี้ ได้การ์ดแต่งงานเพื่อน ตื้นเต้นไปใหญ่เลย ^___^ รู้ไหมทั้งเจ้าบ่าว เจ้าสาว เป็นเพื่อนสนิทเราทั้งคู่เลยนะ เป็นเพื่อนตั่งแต่มัธยมแล้ว คู่นี้เขาคบกันมาตั่งแต่ มอสามนู่น ว้าววววววววว ยาวนานมาก เป็นทั้งคนรัก เป็นทั้งเพื่อน เป็นคู่ที่เข้าใจกันมาก มากก . . ดีใจกับเพื่อนด้วย เพื่อนเราจะเป็นฝั่งเป็นฝา (พูดเหมือนคนแก่เลยเรา) .
6 Miles: Friend’s Wedding
Filed under Uncategorized
5 miles: Biological Clock
..นาฬิกาชีวิต..
การแพทย์ตะวันออกถือว่า กลางวันและกลางคืน มีความสัมพันธ์กับสุขภาพของมนุษย์อย่างแยกไม่ออก โดยมองลึกลงไปอีกว่า ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวันนั้น ภายในร่างกายของมนุษย์ยังมีการไหลเวียนของพลังชีวิต ที่ผ่านอวัยวะภายในของร่างกายซึ่งประกอบด้วย อวัยวะตันและอวัยวะกลวง การไหลเวียนของพลังชีวิต ที่ผ่านแต่ละอวัยวะนั้นจะใช้เวลาสองชั่วโมง ทั้งหมดมี 12 อวัยวะ รวม 24 ชั่วโมง คือ หนึ่งวัน เรียกว่า “นาฬิกาชีวิต” 1.00-3.00น เป็นช่วงเวลาของตับ ควรนอนหลับพักผ่อนถ้าใครนอนหลับได้ดีเป็นประจำในช่วงเวลานี้ ตับจะหลั่งสารมีราโทนิน (meratonine) เพื่อฆ่าเชื้อโรค ทำให้หน้าอ่อนกว่าวัย นอนจากร่างกายจะหลั่งมีราทินประจำแล้ว ยังหลั่งสารเอนโดรฟิน (endorphin) ออกมาด้วยจึงไม่ควรกินอาหาร เพราะจะทำให้ตับทำงานหนักและเสื่อมเร็ว หน้าที่หลักของตับ คือ ขจัดสารพิษในร่างกาย ส่วนหน้าที่รอง คือ 1. ช่วยไตในการดูแลผม ขน เล็บ ถ้าตับมีปัญหา ผม ขน เล็บจะไม่สวย 2. ช่วยกระเพาะย่อยอาหาร ถ้ากินบ่อย ๆ จะทำให้ตับทำงานหนักตับจะหลั่ง น้ำย่อยออกมามากจึงไม่ได้ทำหน้าที่หลัก เป็นเหตุให้สารพิษตกค้างในตับ 3.00-5.00น เป็นช่วงเวลาของปอด ควรตื่นขึ้นมาสูดอากาศรับแดดตอนเช้า ผู้ที่ตื่นช่วงนี้ประจำ ปอดจะดี ผิวดี และเป็นคนมีอำนาจในตัว??? 5.00-7.00น ลำไส้ใหญ่ ควรถ่ายให้เป็นนิสัย คนเรามักไม่ตื่นกันตอนนี้ซึ่งเป็นเวลาที่ลำไส้ต้องบีบอุจจาระลง เมื่อไม่ตื่นจึงบีบขึ้น เมื่อไม่ถ่ายตอนเช้าลำไส้ใหญ่จึงรวน แล้วจะมีอาการ ปวดหัวไหล่ กล้ามเนื้อเพดานจะหย่อน แล้วจะนอนกรนในที่สุด 7.00-9.00น กระเพาะอาหาร กินเข้าเช้าตอนนี้จะดี กระเพาะแข็งแรง ถ้ากระเพาะอ่อนแอ จะทำให้เป็นคนตัดสินใจช้า หน้าแก่เร็วกว่าวัย ถ้าไม่กินข้าวเช้าอุจจาระจะถูกดูดกลับมาที่กระเพาะ กลิ่นตัวจะเหม็น ถ้าถ่ายออกหมดจะไม่มีกลิ่นตัวเท่าไหร่ 9.00-11.00น ม้าม ม้ามจะอยู่ชายโครงด้านซ้าย หน้าที่ควบคุมเม็ดเลือด สร้างน้ำเหลือง ควบคุมไขมัน คนที่ปวดหัวบ่อยมักมาจากม้าม อาการเจ็บชายโครงมาจากม้ามกับตับ - ม้ามโต จะไปเบียดปอด ทำให้เหนื่อยง่าย ผอมเหลือง ตาเหลือง สร้างเม็ดเลือดขาวได้น้อย -ม้ามชื้น อาหารแและน้ำที่กินเข้าไปจะแปรสภาพเป็นไขมัน ทำให้อ้วนง่าย คนที่หลับช่วง 9.00-11.00 ม้ามจะอ่อนแอ ม้ามยังโยงไปถึงริมฝีปาก คนที่พูดมากช่วงนี้ม้ามจะชื้น ควรพูดน้อยกินน้อย ไม่นอนหลับ ม้ามจะแข็งแรง 11.00-13.00น หัวใจ หัวใจจะทำงานหนักช่วงนี้ ให้หลีกเลี่ยงความเครียด หรือใช้ความคิดหนัก หาทางระงับอารมณ์ไว้ 13.00-15.00น ลำไส้เล็ก **ควรงดกินอาหารทุกประเภท** เพื่อให้ลำไส้ทำงาน ลำไส้เล็กทำหน้าที่ดูดสารอาหารที่เป็นน้ำเพื่อสร้างกรดอะมิโนสร้างเซลล์สมอง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างไข่สำหรับผู้หญิง 15.00-17.00น กระเพาะปัสสาวะ จะเกี่ยวข้องกับระบบความจำ ไทรอยด์ และระบบเพศทั้งหมด ช่วสงเวลานี้ควรทำให้เหงื่อออก จะออกกำลังการหรืออบตัว กระเพาะปัสสาวะจะได้แข็งแรง การอั้นปัสสาวะบ่อย จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด ทำให้เหงื่อเหม็น 17.00-19.00น ไต ควรทำใจให้สดชื่น ไม่ง่วงเหงาหาวนอนตอนนี้ ถ้าง่วงแสดงว่าไตเสื่อม ยิ่งหลับแล้วเพ้อ อาการยิ่งหนัก -ไตซ้าย คุมสมองด้านขวาคือความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์สุนทรีย์ รักสวยรักงาม ชอบแต่งตัว ถ้ามีปัญหา อารมณ์นี้จะหมดไป เป็นคนปล่อยเนื้อปล่อยตัว แต่ไม่ปล่อยวาง และขี้ร้อน -ไตขวา จะคุมสมองด้านซ้าย ซึ่งควบคุมด้านความจำ ถ้ามีปัญหาความจำจะเสื่อมและเป็นคนขี้หนาว ผู้ใดที่ไตแข็งแรงจะเป็นคนอายุยืน เป็นคนกล้า ถ้าลำไส้เล็กมีไขมันเกาะมาก อาหารที่อยู่ในรูปของสารละลายจะผ่านลำไส้เล็กไม่ได้ จึงตกเป็นภาระของไต จะทำงานหนักเป็นโรคไต สมองเสื่อม ปวดหลัง เป็นหวัดง่าย การดูแลคือ เช้าอาบน้ำเย็น เย็นอาบน้ำอุ่น 19.00-21.00น เยื่อหุ้มหัวใจ ช่วงนี้ควรสวดมนต์ ทำสมาธิ ให้ระวังเรื่องตื่นเต้น ดีใจ หัวเราะ 21.00-23.00น เวลาของระบบความร้อนของร่างการ ต้องทำร่างายให้อุ่น ห้ามอาบน้ำเย็นเวลานี้จะเจ็บป่วยได้ง่าย 23.00-1.00น ถุงน้ำดี เป็นถุงสำรองน้ำย่อยที่ออกมาจากตับ อวัยวะใดขาดน้ำ จะดึงมาจากถุงน้ำดี ทำให้ถุงน้ำดีข้น อารมจะฉุนเฉียว สายตาเสื่อม เหงือกบวม ปวดฟัน นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก ตอนเช้าจะจาม ถุงน้ำดีจะโยงถึงปอด จะปวดศีรษะข้างเดียวหรือสองข้างโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรดื่มน้ำก่อนเข้านอน หรือก่อนเวลา 23.00น ที่มา: http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=calaglin&month=12-2005&date=07&group=6&gblog=8
Filed under Uncategorized
4 Miles: Bookmark
. . ..ที่.คั่น.หนัง.สือ.. . . ที่คั่นหนังสือ ในมุมวิชาการ มีบทความเกี่ยวกับที่คั่นหนังสือด้วยนะ . ปรากฏหลักฐานอ้างอิงทางโบราณคดี ที่ทำให้เชื่อได้ว่า “ ที่คั่นหนังสือ ” ได้รับใช้และเป็นเพื่อนคู่ใจของนักคิดนักอ่านมานาน พร้อมๆ กับการกำเนิดของตัวเล่มหนังสือ เพราะเป็นนิสัยของคนเราที่ชอบหยิบสิ่งของใกล้ๆ มือมาใช้ “ ที่คั่นหนังสือ ” ของนักอ่านสมัยก่อน ส่วนใหญ่จึงได้แก่ เส้นฟาง หินก้อนเล็กๆ เศษผ้า และเศษหนังสัตว์ เป็นต้น ถึงแม้ว่าหนังสือในยุคหลังๆ จะมีเลขหน้ากำกับอยู่ เพื่อช่วยให้จำได้ว่าอ่านอยู่หน้าใด แต่นักอ่านก็ไม่นิยมใช้ความจำ ยังคงใช้สิ่งของใกล้มือมาคั่นหนังสือเช่นเคย ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นของใช้หรือของกิน หรือถ้าหาสิ่งของใกล้มือไม่ได้ ก็จะใช้วิธีพับมุมกระดาษของหน้าที่ตนอ่านค้างไว้นั้นแทน ดังที่พบหลักฐานว่า ในช่วงศตวรรษที่ 13 ท่านบิชอป Richard DeBury แห่ง Durham ได้ลงโทษลูกศิษย์ที่ใช้เส้นฟางคั่นหนังสือไว้หลายแห่ง เพราะเส้นฟางเหล่านั้นทำให้หนังสือพอง ปิดไม่ลง และการลืมทิ้งไว้นานๆเส้นฟางจะเน่า เปื่อย ทำให้หนังสือชำรุดและเสียหาย ตัวอย่างในยุคต่อมาก็คือ มีการค้นพบว่า Edward Young กวีชาวอังกฤษ ที่มีชีวิตอยู่ระหว่าง ค.ศ. 1683 – 1765 มีนิสัยชอบพับหน้ากระดาษแทนการใช้ที่คั่นหนังสือ มีผู้พบในภายหลังว่าหนังสือจำนวนมากในห้องสมุดของเขา มีตัวเล่มโป่งพองจนปิดเล่มไม่ได้ เพราะว่าหน้ากระดาษถูกพับไว้มากมาย ได้มีการริเริ่มทำ “ ที่คั่นหนังสือ ” สวยๆขึ้นวางขาย โดย Thomas Stevens ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการโรงงานทอผ้าไหม ในประเทศอังกฤษ “ ที่คั่นหนังสือ ” ของ Thomas Stevens ทำด้วยผ้าไหมทอเป็นลวดลายงดงาม และเมื่อโรงงานถูกระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ต้องหยุดกิจการไป แต่อย่างไรก็ตาม “ ที่คั่นหนังสือ ” ของ Thomas Stevens หรือที่นิยมเรียกว่า Stevengraphs ยังได้รับการกล่าวขวัญถึงอยู่เสมอ จนกลายเป็นของสะสมที่หายากและมีราคา ในปัจจุบันอันละไม่ต่ำกว่า 12,500 บาท ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา กิจการทำ “ ที่คั่นหนังสือ ” เกิดขึ้นอย่างมากมาย ทั้งในด้านการค้าและความชอบของกลุ่มบุคคล ขนาดและวัสดุที่ใช้ทำก็มีความหลากหลาย ได้แก่ กระดาษ หนังสัตว์ ผ้าไหม งาช้าง ทองเหลือง และพลาสติก เป็นต้น วัตถุประสงค์หลัก คือ เพื่อเป็นของขวัญและของที่ระลึกเนื่องในโอกาสที่สำคัญๆ เช่น วันคล้ายวันเกิด วันแต่งงาน วันขึ้นปีใหม่ ฯลฯ นอกจากนี้ยังนิยมทำเป็นของที่ระลึกวางขายในพิพิธภัณฑ์ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เป็นของที่นักท่องเที่ยวนิยมสะสม เพราะมีขนาดเล็ก ราคาไม่แพง สวยงาม ทนทาน และที่สำคัญก็คือ ช่วยให้รำลึกถึงสถานที่ที่เคยไปเยือนได้เป็นอย่างดี . ที่มา : http://www.lib.ru.ac.th/journal/bookmark.html, http://www.dss.go.th/dssweb/st-articles/files/ sti_12_2550_Bookmark.pdf . . ที่คั่นหนังสือในมุมเหงา เหงา ก้อเป็นมุมมองที่ว่า "ที่คั่นหนังสือ" คืออะไรที่ใครไม่ค่อยเห็นความสำคัญ เธอจะเห็นความสำคัญของฉันก้อตอนที่เธออยากพักสายตา แต่ถึงแม้จะเป็นเพียงชั่วเลาสั้นๆ ที่เธอหันมาสนใจก็พร้อมและยินดี มีเพลงเกี่ยวกับที่คั่นหนังสือด้วย นี้เนื้อเพลง "ที่คั่นหนังสือ" ของแพรวเขา (เศร้าจีงๆ) . เนื้อเพลง: ที่คั่นหนังสือ อัลบั้ม: Kennet แป๋ว ----------------------------------------------------------- เจ้าที่คั่นหนังสือ ที่ฉันนั้นเคยใช้ คอยคั่นเวลาจากเรื่องราวที่น่าเบื่อ เมื่อฉันมองกลับไป เรื่องราวที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ต่างจากฉัน เมื่อฉันก็เป็นเพียงแค่ ที่คั่นหนังสือ เมื่อเธอต้องการพักผ่อน ไม่มีความสำคัญ เธอไม่เคยมีใจให้ฉันสักเท่าไหร่ เบื่อเธอก็หยิบฉันขึ้นมา คั่นเวลาให้เธอได้พักสายตา จากคนที่เธอผิดหวัง เมื่อเธอเริ่มมีแรงจะยืนลุกขึ้นใหม่ อ่านบันทึกต่อไปเล่มเดิม คงต้องรอเวลาที่เธอล้าเหลือเกิน อีกครั้งเธอจึงหยิบฉันขึ้นมา ในวันที่เธอท้อ เขาทำให้เธอล้า เธอก็คงมองมาที่ฉันแค่ช่วงหนึ่ง เมื่อเธอจะกลับไป ทิ้งฉันแล้วจากไป ฉันก็คงหมดความหมาย เมื่อฉันก็เป็นเพียงแค่ ที่คั่นหนังสือ เมื่อเธอต้องการพักผ่อน ไม่มีความสำคัญ เธอไม่เคยมีใจให้ฉันสักเท่าไหร่ เบื่อเธอก็หยิบฉันขึ้นมา คั่นเวลาให้เธอได้พักสายตา จากคนที่เธอผิดหวัง เมื่อเธอเริ่มมีแรงจะยืนลุกขึ้นใหม่ อ่านบันทึกต่อไปเล่มเดิม คงต้องรอเวลาที่เธอล้าเหลือเกิน อีกครั้งเธอจึงหยิบฉันขึ้นมา เมื่อฉันก็เป็นเพียงแค่ ที่คั่นหนังสือ เมื่อเธอต้องการพักผ่อน ไม่มีความสำคัญ เธอไม่เคยมีใจให้ฉันสักเท่าไหร่ เบื่อเธอก็หยิบฉันขึ้นมา คั่นเวลาให้เธอได้พักสายตา จากคนที่เธอผิดหวัง เมื่อเธอเริ่มมีแรงจะยืนลุกขึ้นใหม่ อ่านบันทึกต่อไปเล่มเดิม คงต้องรอเวลาที่เธอล้าเหลือเกิน อีกครั้งเธอจึงหยิบฉันขึ้นมา . . ที่คั่นหนังสือในมุมของ เครื่องช่วยจดจำ มุมมองนี้ดูมีความสำคัญขึ้นมานิดนึงนะ ว่าไหม แบบว่า "ที่คั่นหนังสือ" ก็เหมือนสิ่งที่มาช่วยให้เราจดจำเรื่องราวที่ดีไว้ เรื่องราวดีดีที่ไม่อยากลืม มีเพลงด้วยนะ เป็นเพลงของพี่บีมเขา .
เนื้อเพลง: ที่คั่นหนังสือ อัลบั้ม: Beam ดู เนื้อเพลง ทุกเพลงของ บีม กวี ตันจรารักษ์ |
ทางที่ผ่าน คืนและวันที่พ้นไป มีเรื่องราวที่หลากหลาย เพิ่มขึ้นมากมายในแต่ละวัน เปรียบชีวิตดั่งหนังสือ ที่รวมทุกความรู้สึกเหล่านั้น ตั้งแต่พบจนวันที่เราต้องแยกไปทุกๆ อย่างมีเส้นทางที่ต้องเป็น คนที่เคยได้มองเห็น แค่พริบตาเดียวก็อยู่แสนไกล มีแค่ภาพเก่ากับเสียงที่มีแค่ความทรงจำเอาไว้ ถูกบันทึกลงหน้าสุดท้ายด้วยน้ำตาวันคืนที่ใช้ร่วมกัน ทำเป็นที่คั่นเพื่อเปิดขึ้นมา เวลาเหงาใจเหมือนเดินกลับไปในวันของเรา เหมือนภาพวันเก่าอยู่ในสายตา เสียงเพลงหนึ่งจะดังขึ้นมาเมื่อเธอจับมือฉันไว้แววตาคู่เดิมที่เคยมองกัน ยืนยันว่ารักไม่เคยจางหาย ความเป็นจริงแยกเราให้ไกล ในความทรงจำหัวใจเราผูกกันในที่สุดชีวิตเราต้องก้าวไป เจอเรื่องราวที่หลากหลาย เพิ่มขึ้นมากมายในแต่ละวัน แต่ว่าเมื่อไรที่เหงาหัวใจของเราจะเปิดอ่านมัน เพื่อซึมซับนาทีที่มันช่างสวยงามวันคืนที่ใช้ร่วมกัน ทำเป็นที่คั่นเพื่อเปิดขึ้นมา เวลาเหงาใจเหมือนเดินกลับไปในวันของเรา เหมือนภาพวันเก่าอยู่ในสายตา เสียงเพลงหนึ่งจะดังขึ้นมาเมื่อเธอจับมือฉันไว้แววตาคู่เดิมที่เคยมองกัน ยืนยันว่ารักไม่เคยจางหาย ความเป็นจริงแยกเราให้ไกล ในความทรงจำหัวใจเราผูกกัน เหมือนเดินกลับไปในวันของเรา เหมือนภาพวันเก่าอยู่ในสายตา เสียงเพลงหนึ่งจะดังขึ้นมาเมื่อเธอจับมือฉันไว้ แววตาคู่เดิมที่เคยมองกัน ยืนยันว่ารักไม่จากไปไหน ความผูกพันที่เขียนด้วยใจ ไม่มีอะไรหรือใครจะลบมัน |
.. ที่คั่นหนังสือในมุมของ Design ก้อมีการออกแบบที่คั่นหนังสือกันมามากมาย ทั้งแบบ ช้านอยากทำ หรือจะแบบเพื่อการค้า เป็นผลให้(น่านล่ะ) มีที่คั่นหนังสือ กิ๊บเก๋ ออกมาซะเยอะแยะ
และนี้ก้อเป็นผลงานของเราเอง ถึงจะไม่กิ๊บเก๋ แต่ก้อมีอันเดียวในโลกนะ 555+ .![]()
WoWW น่ารักเนอะ
Filed under Uncategorized
3 Miles: Halo
.
.

.
.
Everywhere I'm looking nowI'm surrounded by your embraceBaby, I can see your haloYou know you're my saving graceYou're everything I need and moreIt's written all over your faceBaby, I can feel your haloI pray it won't fade awayBeyonce Knowles: Halo..เมื่อวาน ไปเจอร้านดอกไม้มีดอกกุหลาบสีชมพูเต็มร้านไปหมดเลยรู้สึกว่ามัน "หวาน หวาน" ไงไม่รู้^__^.ทั้งทั้งที่ไม่เคยซื้อดอกไม้เลยนะแต่วันนี้กลับเดินเข้าไปซื้อกุหลายสีชมพูพอเดินไปในร้านนะ ยิ่งประทับใจแหละเพราะกลิ่นกุหลาบ หอมมากกกกกกกกรู้สึกสดชื่นจัง (ลืมเรื่อง proposal ไปได้นิ๊ดดนึง)รุ้สึกขอบคุณหลายสิ่งหลายอย่าง ที่ทำให้วันนี้เป็นวันที่มีความสุขขอบคุณที่ทำให้โลกนี้เป็นสีชมพู นะคะ.^__^
Filed under Uncategorized
2miles: Cozy at home on Saturday
.
.

.
.
นั่งกินน้ำปั่นที่เคยทานทุกวัน
แต่วันนี้ขอหลอดร้านพี่เล็กมา 2 อัน ทั้งๆที่ทานคนเดียว
.
.
ทำไมนะ
.
.
รู้สึกว่าแก้วน้ำปั่นวันนี้ดูพิเศษขึ้น แปลกตากว่าทุกวันที่ผ่านมา
ดูสดใส ยิ้มแย้ม แล้วก็ร่าเริงจัง
อาจเป็นเพราะสีของหลอดสองอัน ที่ทำให้เป็นอย่างนั้น
ทั้งที่ "สีฟ้า" กับ "สีเหลือง" ก็เป็นสีที่ตัดกันพอดูนะ (คิดว่า)
แต่ก็ทำให้อะไร อะไร หลายอย่างสดใสขึ้นมา
.
.
บางที บางอย่าง บางครั้ง
สิ่งที่ต่างกันมาก อาจเป็นสิ่งที่เหมาะกันที่สุด (ก็ได้มั้ง)
^___^
Filed under Uncategorized
1 mile: 20th Century Boys
. . 23.56 . . เพิ่งอ่าน 20th Century Boys เล่มที่10 จบไป ความจริงการ์ตูนเล่มนี้ออกมานานมากแล้ว แถมโด่งดังมากๆอีกด้วย แต่ว่าสำหรับเราเพิ่งได้รู้จัก และเพิ่งได้อ่าน จากคำแนะนำของเพื่อนรุ่นน้องคนนึง เป็นการ์ตูนที่สนุกมาก ทั้งเนื้อเรื่อง ความน่าติดตาม คำพูดและแนวคิด ที่เราประทับใจมากก็เป็น มิตรภาพระหว่างเพื่อน และ ความมุ่งมั่น ของตัวละครในเรื่อง อ่านแล้วรู้สึกว่าหัวใจ จิตใจที่ดีและความรักเป็นสิ่งที่ใหญ่เหลือเกิน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพื่อนไม่เคยทิ้งกัน . . จากเล่ม10 ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าน้าเคนจิและคนอื่นๆอยู่ที่ไหน เป็นกำลังใจให้กับทุกคนเลยล่ะ เออ....ตอนนี้ตัดผมทรงเดี่ยวกับเคียวโกะเลย บังเอิญหรือป่าว แต่ โอตโจะบอกว่า ชีวิตไม่มีเรื่องบังเอญนี้หน่า![]()
Filed under Uncategorized
In my mind In my miles
.
.
ขอมีพื้นที่ ที่ใช้ถ่ายทอดความรู้สึก แบ่งปันเรื่องราวและเรื่องเล่า จากสิ่งที่อยู่ลึกลึกข้างใน
In my mind เพราะว่าเป็นความรู้สึกข้างใน ความรัก สิ่งที่ชอบ ยอมรับว่ามันเป็นเรา
In my miles เพราะเป็นการเดินทางของชีวิต ผ่านเรื่องราวและความรู้สึกหลากหลายมากมาย
มีหลายความรู้สึกที่อยากถ่ายทอดและส่งผ่านไปยังใครอีกหลายๆคน
มาเดินทางเก็บ mile ด้วยกันนะ
.
.
Filed under Uncategorized




